สามทุ่มสิบห้าเวลาเธอตาย (2)

เกรนเดินนำไปตามทางเดินยาวสลัวจนถึงห้องหัวมุม ไขกุญแจและเปิดไฟ เมื่อเข้าไปด้านในรุจแปลกใจมากไม่ใช่ว่ามีไอ้หนุ่มหน้ามนนั่งรออยู่ในห้อง แต่ที่แปลกคือทั้งห้องเป็นสีขาวโพลนไปหมดทั้งผนัง ตู้ เตียง โต๊ะ โซฟา ประตูล้วนเป็นสีขาว ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือมีจำนวนไฟเยอะมาก ๆ ทั้ง LYNBLUE89 ระย้าติดเพดานโคมตั้งโต๊ะ ดาวน์ไลท์ เรียงเป็นตับ สว่างจ้าไปหมด รุจถึงกับแปลกใจในรสนิยมเพื่อน


“ทำไมแกติดไฟเยอะขนาดนี้วะ ห้องก็เป็นสีขาว เวียนหัวว่ะ”

เจ้าของห้องวางกระเป๋า ก้มลงไปเปิดไฟตามหัวเตียงเพิ่มอีก “เราไม่ชอบให้มีเงา” เกรนพูดจบมีดังตี๊ดๆๆๆๆ… ตี๊ดๆๆๆๆ มันเป็นเสียงจากนาฬิกาดิจิตัล รุจผงะตั้งแต่ยังไม่เข้าห้อง ผ่านไปไม่กี่ปี เพื่อนแปลกไปจริงๆ ไม่เข้าใจนัก แต่ก็ทำตามที่ผู้ใหญ่ไหว้วานมา ก็เดินสำรวจบริเวณต่างๆ โมรุจ โคโกโร่ดูคร่าวๆ ก็พอรู้ว่าเกรนอยู่คนเดียว
ระหว่างนั้นก็ถามว่าถ้ากลัวทำไมไม่กลับไปอยู่บ้าน หรือหาเพื่อนมาอยู่ด้วยแชร์ค่าห้องแต่เกรนไม่ตอบ
แต่บอกว่าถ้าพอใจก็กลับไปได้แล้ว LYNBLUE89 และฝากบอกแม่กับน้าด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีอะไรทั้งนั้น

รุจพยักหน้าเพราะตัวเองก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน เป็นเซ้นส์บางอย่าง แต่นึกไม่ออกว่าอะไรเป็นสาเหตุ รู้แต่ว่ารู้สึกเมื่อเข้ามาที่นี่
เกรนมาส่งเพื่อนถึงหน้าประตู รุจหันกลับถามตรงๆ เข้าประเด็นอีกครั้ง
“ถามจริง แกเป็นอะไรวะ เมื่อก่อนไม่ใช่แบบนี้ เป็นโรคซึมเศร้ารึปะ… เปล่า”

เสียงรุจขาดไป เพราะสายตามองผ่านช่องว่างประมาณ 5 นิ้ว ระหว่างบานประตูกับขอบวงกบที่กำลังปิด
ทะลุห้องสตูดิโอไทป์ไปถึงระเบียงด้านนอกซึ่งมีกระจกฝ้ากั้นอยู่ รุจเห็นเงาลางๆ วนไปๆ กลับๆ จึงดันประตูไว้
แล้วผลักออกจนเกรนเซ… อิ๋บอ๋ายละไอ้เกรนเอ้ย นี่ซุกใครไว้ในห้องไม่ยอมบอก ถึงอะไรๆ จะเปลี่ยนไป
แต่แม่แกยังหัวโบราณเหมือนเดิม

“มีคนยืนแอบอยู่ตรงระเบียง เพื่อนเหรอ? รึว่าแฟน? เห้ยเมิงกะกรูเพื่อนกันนะ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องปิดวะ”
รุจเริ่มขึ้น ผลักเกรนจนพ้นทางเดินตรงไปที่ระเบียง รู้สึกสงสัย คำถามเต็มหัว ชะรอยจะเป็นแฟน ทำไมไม่ออกมาทักทายให้เป็นกิจจะลักษณะ

แต่พอเลื่อนบานกระจกปรากฏว่านอกระเบียงมีแต่เสื้อผ้าเพื่อนสาวตากอยู่ รุจชะโงกจากระเบียงไปยังห้องข้างๆ เห็นว่าไกลสุดๆ
คงต้องเป็นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์เท่านั้นล่ะถึงจะไต่ข้ามไปได้… สรุปคือตาฝาด? เห็นผ้าเป็นคน?? ใช่ไม่ใช่
หน้าแตกสิงานนี้ ขึ้นไปแล้วด้วย…

เกรนดึงเพื่อนกลับเข้าห้อง เลื่อนหน้าต่าง รูดม่านปิดฉึบ พูดเย็นชาเหมือนเดิม
“ก็บอกว่าอยู่คนเดียว แกตาฝาดแล้วล่ะ” เกรนบอกเบาๆ เอื้อมมือเปิดสวิทซ์ไฟตรงระเบียงอีกดวง”

“เออๆ โทษที สงสัยตาฝาด งั้นเราไปก่อนนะ” รุจตั้งใจจะกลับจริงๆ ล่ะคราวนี้ ใจหวิวๆ พิกล
ถ้าหูไม่ดันไปได้ยินอะไรสักอย่างก็คงเผ่นแล้ว เสียงบางอย่างดังมาจากหลังม่าน… นอกระเบียง
ลักษณะเหมือนมีใครเอามือชื้นๆ หนืดๆ ถูกระจกเสียงดัง เอี๊ยดดดดด

เกรนนิ่งเงียบไป รุจก็เช่นกันแต่หนักกว่าคือขนตั้งแต่แขนจรดคอลุกพรึ่บแบบไม่ปี่มีขลุ่ย โฟกัสอะไรไม่ได้นอกจากผ้าม่าน
รุจรวบรวมความกล้าคว้าม่านเพื่อเปิดดูว่ามีอะไรกันแน่ แต่เกรนเอื้อมมือมาจับไว้ก่อนพร้อมตะโกนเสียงดัง

“อย่าเปิด!” หน้าที่เคยเรียบเฉยเริ่มซีด

รุจก็ไม่แพ้กัน เชี่ยตะโกนซะดังตกใจหมด เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เริ่มระแวง เค้นถามว่าทำไมไม่ให้เปิด
มีอะไรกันแน่ แต่ก่อนจะได้คำตอบก็ตกใจอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาดิจิตัลดัง ตี๊ดๆๆๆๆ… ตี๊ดๆๆๆๆ
รุจซึ่งหงุดหงิดจึงบอกไปว่า ปิดนาฬิกาบ้านั่นสักทีได้มั้ย (วะ) เกรนเดินไปกดปิดสวิทช์อีกครั้ง แล้วรีบไล่เพื่อนกลับบ้าน…
แต่รุจก็ไม่ยอม

“เกรน… มีอะไรกันแน่วะ” รุจถามหน้าตาตื่น เกรนเหลือบไปมองนาฬิกาอีกครั้ง ตัวเลขเหลี่ยมแหลมสีฟ้าบอกเวลา 21.07 น.
เกรนนิ่งไปพักจึงฉุดมือเพื่อนชายเข้ามาในห้อง ปิดประตูล็อคกลอนแล้วบอกว่า
“โทรไปบอกที่บ้านว่าค้างบ้านเพื่อน” รุจได้ยินก็งง เกรนจึงย้ำอีกครั้งบอกให้โทรเร็วๆ
หนักเข้าจึงบอกว่าถ้าไม่โทรจะโทรให้นะ รุจจำใจโทรไป อยู่ๆ เกิดพิสวาสอะไรตรูขึ้นมาเนี่ย เมื่อกี้ไล่ยิกๆ
จากนั้นเกรนวิ่งไปเปิดไฟทุกดวงในห้อง เท่านั้นยังพิลึกไม่พอเธอปิดตู้เสื้อผ้า เอาผ้าคลุมทีวี
จากนั้นหันมาชี้นิ้วบอกว่าเอาโทรศัพท์คว่ำหน้าลงบนโต๊ะ??

“เราเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บเดียว ออกมาจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง นั่งนิ่งๆ ห้ามเปิดทีวี ห้ามเปิดผ้าม่าน ห้ามเล่นโทรศัพท์ห้ามทุกอย่าง
นั่งรอนิ่งๆ บนเตียง” เกรนเข้าห้องน้ำทิ้งให้รุจนั่งอึ้งหน้าร้อนผ่าวลืมความรู้สึกระแวงก่อนหน้าไปหมด คิดลึกไปไหนต่อไหน
สัปดนเสร็จสรรพ… เฮ้ยน้องเว้ยน้อย

ระหว่างกำลังฟุ้งซ่าน รุจได้ยินเสียงไลน์เข้าซ้อนๆ 2-3 ครั้ง ติ้งๆๆ จึงหยิบมือถือขึ้นมาดู…

น่าแปลกที่มีเสียงข้อความจากไลน์เข้า แต่จอยังดำอยู่ เสี้ยววินาทีก่อนนิ้วโป้งกดปุ่มโฮมให้เปิด (นึกภาพไอโฟน)
ตอนที่หน้าจอยังดำอยู่ รุจมองเงาสะท้อนตัวเองในโทรศัพท์ แทนที่จะเห็นเงาตัวเองเพียงคนเดียว
ดันมีผู้หญิงคนหนึ่ง ยืนอยู่ด้านหลัง เอียงคอไปมาซ้าย-ขวา ช้าๆ (เหมือนตุ๊กตาที่เค้าชอบตั้งไว้หน้ารถให้มันส่ายหัวไปมา แต่ช้ากว่า) ขนที่เคยนอนนิ่งไปเมื่อก่อนหน้า ลุกพรึ่บ หนาววาบ หน้าชาขึ้นมาทันที

กลับสู่หน้าหลัก

Leave a Comment

Your email address will not be published.